อำนาจหน้าที่ของสถานศึกษา

ด้วยกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาเห็นควรให้ขยายการศึกษาวิชาชีพให้กว้างขวางยิ่งขึ้น สอดคล้องเพียงพอกับความต้องการของประชาชนในชนบท และตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานในท้องถิ่น รวมทั้งก้าวทันการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมส่วนรวมของประเทศจึงจัดตั้งสถานศึกษาประเภทวิชาชีพประเภทวิทยาลัยการอาชีพขึ้นเพื่อจัดการศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพทุกระดับและประเภทวิชาที่ขาดแคลนซี่งเป็นความต้องการของท้องถิ่นรวมทั้งประเทศ อันจะเป็นการเสริมสร้างและพัฒนากำลังคนของประเทศให้มีคุณภาพในการประกอบอาชีพและมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล
สถานศึกษา มีหน้าที่จัดการศึกษา ฝึกอบรมและส่งเสริมการประกอบอาชีพ ของประชาชนให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยการ อาชีวศึกษาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตามนโขบายของรัฐบาล และ แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวให้สถานศึกษษดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(1) จัดการศึกษาให้มีความทันสมัย ยืดหยุ่น สอดคล้องกับความต้องการ ของตลาดแรงงาน สถานประกอบการ และการประกอบอาชีพอิสระ เพื่อการดํารงชีวิตตามสภาพ เศรษฐกิจ สังคม ท้องถิ่น วัฒนธรรมเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการปฏิบัติงานจริง ตามความพร้อม และศักยภาพของสถานศึกษา
(2) จัดการศึกษาโดยประสานความร่วมมือกับสถานศึกษาและหน่วยงานอื่น ทั้งในด้านการจัดการวิชาการ การใช้บุคลากรและทรัพยากรร่วมกัน
(3) จัดการศึกษาโดยการระดมทรัพยากรด้านการเงิน ทรัพย์สิน และ บคลากรทั้งจากรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชมชน เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ สถาบันสังคมอื่น รวมทั้งความร่วมมือในการจัดกิจกรรม และการจัดหาทนเพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษา
(4) จัดการศึกษาให้ผู้เรียนเป็นผู้มีสมรรถนะทางวิชาชีพ สามารถประกอบอชีพ ฝ็นพลเมืองดีของสังคม มีความสามารถในการคิด เรียนรู้ วางแผนและพัฒนาตนเอง
(5) เป็นศูนย์การเรียนร้ด้วยตนเองและให้บริการวิชาชีพแก่ชมชนและห้องถิ่น
(6) วิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรม
(7) ทํานุบํารุงศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ส่งเสริมการกีฬา พลานามัย และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
(8) ส่งเสริมการจัดการศึกษาเชิงธุรกิจ การรับงานการค้า และการรับจัดทํา รับบริการ รับจ้าง ผลิตเพื่อจําหน่ายที่สอดคล้องกับการเรียนการสอน
หน้าที่และการบริหารงานของสถานศึกษา
ข้อ ๗ สถานศึกษามีหน้าที่จัดการศึกษา ฝึกอบรมและส่งเสริมการประกอบอาชีพของประชาชนให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษาและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องตามนโยบายของรัฐบาล และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวให้สถานศึกษาดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) จัดการศึกษาให้มีความทันสมัย ยืดหยุ่น สร้างโอกาสและความเสมอภาคให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน ตลาดแรงงาน สถานประกอบการ เพื่อการมีงานทำและการประกอบอาชีพในการดำรงชีวิตตามสภาพเศรษฐกิจ สังคม ท้องถิ่น วัฒนธรรมเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการปฏิบัติงานจริงตามความพร้อมและศักยภาพของสถานศึกษา
(2) จัดการศึกษาโดยประสานความร่วมมือกับสถานศึกษาและหน่วยงานอื่น ทั้งในด้านการจัดการวิชาการ การใช้บุคลากรและทรัพยากรร่วมกัน
(3) จัดการศึกษาโดยความร่วมมือในการจัดกิจกรรม และการจัดหาทุน การระดมทรัพยากรด้านการเงิน ทรัพย์สิน และบุคลากรทั้งจากภาครัฐ บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่นโดยเป็นผู้จัดและมีส่วนร่วมในการบริจาคทรัพย์สินและทรัพยากรอื่นให้แก่สถานศึกษาและมีส่วนร่วมรับภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษาตามความเหมาะสมและความจำเป็น
(4) จัดการศึกษาให้ผู้เรียนเป็นผู้มีสมรรถนะทางวิชาชีพ สามารถประกอบอาชีพเป็นพลเมืองดีของสังคม มีความสามารถในการคิด เรียนรู้ วางแผนและพัฒนาตนเอง
(5) เป็นแหล่งเรือนรู้การถ่ายทอดวิทยาการ วิชาชีพ และเทคโมโลยี สุทัยงถิ่น ซุมทน และล้ม
(6) ส่งเสริมการวิจัย นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาวิชาการ และวิชาชีพ
(7) ทำนุบำรุง ศาสนา ศิลปวัฒนธธรรม ประเพณี ส่งเสริมการกีฬา พลานามัย และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
(8) ส่งเสริมการจัดการศึกษาเชิงธุรกิจ การรับงานการค้า และการรับจัดทำ รับบริการ รับจ้างผลิตเพื่อจำหน่ายที่สอดคล้องกับการเรียนการสอน
(9) พัฒนารู้เรียบให้มีความสมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุมธรรรม เป็นคนดีมีวินัย รู้จักสิทธิควบคู่กับหน้าที่และความรับผิดชอบ ภูมิใจและตระหนักในความสำคัญของชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอประชาธิบไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รู้จักรักษาประโยชน์ส่วนรวมและของประเทศชาติ
ข้อ ๘ ให้สถานศึกษาแบ่งการบริหารงานออกเป็นฝ่าย ดังนี้
(1) ฝ่ายบริหารทรัพยากร
(2) ฝ่ายยุทธศาสตร์และแผนงาน
(3) ฝ่ายกิจการนักเรียน นักศึกษา
(4) ฝ่ายวิชาการ